การที่เราจะมีสุขภาพที่ดีได้นั้นจะต้องมีการเลือกรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ ให้คุณค่าทางสารอาหารที่ครบ 5 หมู่ รวมไปถึงการออกกำลังกายที่เพียงพอ ซึ่งการออกกำลังกายนั้นมีอยู่หลากหลายรูปแบบ ซึ่งผู้ออกกำลังกายสามารถศึกษาถึงผลที่จะได้รับจากการออกกำลังกายด้วยชนิดนั้นๆ ได้ ดังนั้นวันนี้เรามาทำความรู้จักกับประเภทของการออกกำลังกายกันเลย
Aerobic Exercise
การออกกำลังกายแบบแอโรบิกคือการออกกำลังกายที่ต้องใช้ออกซิเจนอย่างมากที่สุด เพื่อนำเอาออกซิเจนเหล่านั้นไปเป็นตัวช่วยในการเผาผลาญ ไขมัน คาร์โบไฮเดรต และโปรตีน การออกกำลังกายแบบแอโรบิกไม่ได้มีแค่การเต้นเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมถึง การว่ายน้ำ วิ่ง ปั่นจักรยาน กระโดดเชือก กิจกรรมเหล่านี้ก็ถือเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิกเช่นกัน โดยการออกกำลังกายแบบแอโรบิคจะช่วยให้หัวใจทำงานได้ดีขึ้น สูบฉีดเลือดได้ดีขึ้น ช่วยเผาผลาญแคลลอรี่และไขมันส่วนเกินได้ดี
Weight Training
เป็นประเภทการออกกำลังกายที่จะทำให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆของร่างกาย เคลื่อนไหวออกแรงต้านหรือน้ำหนักในลักษณะซ้ำๆตามจำนวนครั้งที่กำหนด ในแต่ละรอบหรือแต่ละเซทของการฝึก โดยกล้ามเนื้อมัดนั้นๆจะเกิดการหดตัวเพื่อออกแรงยกน้ำหนักในจังหวะ Concentric และยืดตัวในจังหวะออกแรงต้านน้ำหนัก (eccentric) โดยอาจใช้อุปกรณ์ฟรีเวท (Free Weight) ซึ่งเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ เช่น บาร์เบล ดัมเบล หรือใช้อุปกรณ์ขนาดใหญ่ (Weight Machine) ยางยืดออกกำลังกาย หรือจะใช้น้ำหนักร่างกายตนเองก็ได้ โดยการฝึกเวทเทรนนิ่งนี้จะให้ผลเป็นแรงตึงต่อกล้ามเนื้อ ส่งผลให้กล้ามเนื้อเกิดการปรับตัวและแข็งแรงขึ้นในที่สุด
Cardio
การออกกำลังกายที่ไม่เน้นการใช้พลังจากมัดกล้ามเนื้อที่รุนแรง แต่จะเน้นไปที่การขยับร่างกายที่มีผลต่ออัตราการเต้นหัวใจที่เร็วขึ้น ซึ่งการออกกำลังกายแบบนี้จะเป็นการออกกำลังกายกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และหัวใจได้ดี เสริมความแข็งแรงของหัวใจ และปอด กระตุ้นการรับออกซิเจนที่มากขึ้น ทำให้หัวใจ และปอดแข็งแรงมากขึ้นนั้นเอง
Yoga
เป็นการออกกำลังกายแบบยืดกล้ามเนื้อที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก สามารถทำได้ง่าย และส่งผลดีในทุกช่วงอายุ โดยเฉพาะวัยหนุ่มสาว หรือชาวออฟฟิศซินโดรม ที่มักจะเกิดอาการปวดหลัง ปวดเอว หรือปวดกล้ามเนื้อ จากการนั่งทำงานเป็นเวลานาน การเล่นโยคะจึงตอบโจทย์ เพราะช่วยยืดและคลายกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงโดยสามารถลดปัญหาออฟฟิศซินโดรมได้ดีอีกด้วย
